Social Media Marketing Prediction 2018 โดยมือโปรฝั่งอเมริกา

Social Media Marketing Prediction 2018
Social Media Marketing Prediction 2018

1. Pinterest กำลังพัฒนาระบบโฆษณาให้ดียิ่งขึ้นโดยจะแสดงโฆษณาจากการค้นหา keywords และ visual search ของผู้ใช้งาน (น่าจะคล้ายๆกับ Google) นอกจากนั้น video content น่าจะกำลังเป็นที่ยอมรับมากขึ้นในกลุ่มผู้ใช้งาน Pinterest ดังนั้นสำหรับ brand ที่จับ platorm นี้ต้องเริ่มศึกษาว่า video content แบบไหนจะเหมาะกับกลุ่มลูกค้าในช่องทางนี้

2. Lead Generation จาก YouTube – หลังจากการตื่นตัวของวงการ digital marketing ทั่วโลกว่าต่อไปคงหวังพึ่งพา Facebook เป็นสื่อหลักในการสร้าง lead ไม่ได้แล้ว YouTube จะเป็นช่องทางที่น่าสนใจที่จะนำพาผู้บริโภคที่ search หา video ประเภท “How To” หรือ video สอนการแก้ปัญหาต่างๆ แล้วนำพาพวกเขาไปที่เว็บไซด์หรือ e-commerce site ต่อไปได้

3. Facebook จะกลายเป็นผู้เล่นรายใหญ่ของ video content provider จาก feature ใหม่ต่างๆที่ Facebook ปล่อยออกมา รวมถึงความนิยมของ Facebook Live และล่าสุดได้มีการดึงตัวผู้บริหาร EuroSport มาร่วมทีม ต่อไปน่าจะได้เห็นการถ่ายทอดสดฟุตบอลดังๆอย่าง EPL บน Facebook แน่ๆ

4. Instagram กำลังสุกงอมได้ที่เหมาะสำหรับใช้เป็นอีกหนึ่ง social platform ร่วมไปกับ Facebook โดยอ้างอิงจาก stat ระบุว่า คนที่ใช้ Instagram 80% จะติดตาม brand หรือธุรกิจต่างๆอย่างน้อย 1 brand และปัจจุบันมี brand และภาคธุรกิจใช้งาน Instagram แล้วเกิน 15 ล้าน account

5. Social Video ไม่ทำไม่ได้แล้ว ไม่ว่าจะเป็น live video, Instagram video / stories, YouTube video และไม่ใช่แค่ผลิต video ออกมาปล่อยแค่ช่องทางเดียว ควรจะต้องวางแผนเพื่อปล่อยในหลายๆช่องทางเพื่อสร้างการรับรู้ได้เยอะที่สุด

6. ราคา Ads Facebook และ Instagram จะสูงขึ้นเรื่อยๆในช่วง 12 เดือนต่อจากนี้ ซึ่งตรงกับที่ผมเคยเขียนไว้เมื่อปลายปี 2017 ไม่มีผิด แสดงว่านี่เป็น trend ที่เห็นกันทั่วโลกแล้ว

7. Retargeting จะกลายเป็นกำลังสำคัญที่จะดึงให้คนที่สนใจหรือเคยสนใจสินค้าและบริการของเรากลายมาเป็นลูกค้าจริงๆ เนื่องจากการเข้าถึงกลุ่มคนใหม่ๆจะใช้งบประมาณมากขึ้นตาม trend ของค่าโฆษณาที่สูงขึ้น การที่เรา retargeting คนที่เคยมี action กับสื่อของเราแล้ว (เช่น เคยดู video, เคยกดเข้าเว็บไซด์, เคยกดดู ads) จะสามารถดึงให้เขาเข้าสู่ขั้นตอนการซื้อสินค้าและบริการได้ดีกว่า

8. #hashtag ใน Instagram ใครเป็นเจ้าของก่อนได้เปรียบ เนื่องจากพฤติกรรมของผู้บริโภคติดตาม (follow) # hashtag ใน Instagram กันเป็นเรื่องปกติ ดังนั้นถ้า brand ไหนเป็นเจ้าของ #hashtag ที่เกี่ยวข้องก่อนจะได้เปรียบกว่าคู่แข่งในการทำ Instagram marketing แน่นอน

9. จำนวนยอด video view อย่างเดียวไม่พอแล้ว เพราะแต่ละ platform คำนวนยอด view ต่างกัน (Facebook/Instagram 3 วินาที, YouTube 30 วินาที) ดังนั้นจำเป็นต้องดู time spent ของแต่ละ video ที่ปล่อยออกไปด้วยว่าคนดู video นั้นๆนานแค่ไหน

10. ยอด page like ของ Facebook page จะไม่เติบโตเยอะเหมือนเมื่อก่อนแล้วสืบเนื่องจาก organic reach ที่ลดลง ดังนั้น brand ควรโพสต์น้อยแต่เน้นคุณภาพและตรงกับความสนใจของกลุ่มเป้าหมายและจำเป็นต้อง boost post ทุกครั้ง รวมถึงใช้ Facebook conversion ads เพื่อเปลี่ยนให้กลุ่มเป้าหมายที่เห็น ads มาเป็นลูกค้าจริงๆ

11. Facebook group จะกลายเป็นช่องทางที่สำคัญสำหรับ brand ในการสร้าง community ของกลุ่มลูกค้าที่มีความสนใจใกล้เคียงกันและเกี่ยวข้องกับสินค้าหรือบริการที่ brand นำเสนอ โดยใช้ควบคู่ไปกับ Facebook page

  • Facebook page ทำหน้าที่เป็นผู้ให้ข้อมูลสินค้าและบริการ หรือแนะนำ brand ให้กับกลุ่มเป้าหมาย ส่วน group ทำหน้าที่เป็นช่องทางในการสร้างความสัมพันธ์แบบลึกซึ้งและมีความหมายระหว่าง brand และกลุ่มเป้าหมายหลัก
  • ทั้งนี้ Facebook group ต้องมี community manager ดูแลอย่างใกล้ชิดเพื่อบริหารจัดการชุมชนอย่างเหมาะสมมีประสิทธิภาพและให้ข้อมูลที่เกี่ยวข้องแก่กลุ่มลูกค้าใน group
  • 12. LinkedIn เริ่มเป็นกันเองมากขึ้น ซึ่งก่อนหน้านี้ LinkedIn เป็น platform ที่เน้นเรื่องของ connection ระหว่างคนทำงาน (professionals) ทั้ง content ของการทำงานต่างๆและการรับสมัครงานหรือ recruit คน ดังนั้นที่ผ่านมาทุกอย่างจะดูจริงจังเป็นทางการมาก แต่ต่อไปนี้ LinkedIn จะผ่อนคลายมากขึ้น มีลูกเล่นและ feature ต่างๆที่ใส่ความน่ารักฟรุ้งฟริงมากขึ้น

    Follow by Email
    Facebook
    GOOGLE
    TWITTER
    YOUTUBE