เมื่อผมย้ายเข้ามาเป็นโปรแกรมเมอร์ในกทมครบหนึ่งปี

หลายๆคนบอกว่า โปรแกรมเมอร์เป็นงานที่ทำที่ไหนก็ได้ ซึ่งมันก็มีทั้งส่วนจริงและไม่จริง ถึงงานเขียนโปรแกรมของแค่มีคอมก็พอ แต่เราจะเขียนโปรแกรมอะไรเพื่อให้ได้เงินมากินข้าว ถ้าไม่ใช่ startup ทำของไปขาย ก็ต้องไปรับงานมาทำส่งลูกค้า

ซึ่งงานในกทมกับต่างจังหวัดก็จะมีความแตกต่างกันในหลายๆส่วน หลักๆก็สเกลงานของลูกค้าของบริษัทนี่แหละ ที่แตกต่างกัน

Before Bangkok
ก่อนหน้าที่จะเข้ามาทำงานที่กทม ผมทำงานอยู่ต่างจังหวัดมาก่อน ทำอยู่ที่ Software House เล็กๆที่ขอนแก่น ชื่อ Rise+ Technologies มีทีมงานกันอยู่ 4–5 คน (ตอนนี้คนเยอะมาก 55) เริ่มงานตั้งแต่ก่อนที่จะเรียนจบเลย โดยได้ทำหลายอย่างมากๆ ทั้ง Full-Stack Web โดยตอนเข้ามาต้องไปเรียนรู้และลองผิดลองถูกเยอะมากทั้ง Ruby on Rails / AngularJS (ซึ่งตอนนั้นยังออกมาใหม่ๆอยู่เลย) / .Net MVC
นอกงาน Coding แล้ว เนื่องจากเราพอจะมีสกิลทางด้านดีไซน์อยู่บ้าง ทำให้ได้ทำอย่างอื่นอีกด้วย ทั้งดีไซน์เว็บ Front-end / Mobile App / Icon / Presentation เรียกได้ว่าสนุกสนานเลยทีเดียว ทุกวันนี้ก็ยังคิดถึงช่วงเวลานั้นอยู่

แต่เนื่องจากอาจจะเป็นคนขี้เบื่อหน่อยๆ บวกกับเราอยู่บ้านมา 10 กว่าปีแล้ว เลยอยากเข้ามาลองหาประสบการณ์ใหม่ๆดูบ้าง อยากรู้ว่างานที่ต่างจังหวัดกับกทมมันต่างกันยังไงบ้างนะ สุดท้ายก็เลยตัดสินใจลากสังขารตัวเองเข้ามาเมืองกรุง

Bangkok 2nd Times
ก่อนหน้านี้เคยมาฝึกงานที่กทมแล้ว 7 เดือนเต็มๆ แต่ด้วยความที่เราแค่มาฝึกงาน เราก็ไม่ได้รับรู้รสชาติอะไรเท่าไหร่นักหรอก ทุกอย่างก็ดูโอเคดีนะ เดินทางด้วย BTS ใกล้ๆแค่ 2 สถานี ไม่ค่อยได้ไปไหน ที่ไม่ค่อยโอเคก็เรื่องหอนี่แหละที่ดูเก่าๆหน่อย

พอตัดสินใจเข้ากทม ก่อนอื่นเริ่มหางานโดยส่ง resume ไปทั่ว โดยหลักๆก็ดูตาม blognone และโพสโปรไฟล์ใน JobDB ไว้ จากนั้นไปสัมภาษณ์มาสัก 2–3 ที่สุดท้ายก็โอเค ตกลงไปทำเป็น Front-end Developer (React.js) ที่บริษัทแห่งหนึ่ง ก็ได้พบอะไรหลายๆอย่างที่ไม่เคยเจอมาเช่น

การเดินทางที่ยากลำบาก ตอนอยู่ต่างจังหวัด เราอยู่บ้านอยู่แล้วมีมอไซขับไปทำงานสบายๆ แต่พอมาอยู่กทม ก็ไม่ได้อะไรมาก คิดว่าเดินทางด้วย BTS/MRT มันชิวๆอยู่แล้ว ก็เลยเลือกหออยู่แถวพระราม 9 ตรงฟอร์จูน แต่ออฟฟิตดันอยู่โน้น BTS วงเวียนใหญ่ ตอนรับปากเข้าทำงานก็ไม่ได้คิดอะไรมาก ชิวๆ พอได้มาเดินทางแบบนี้จริงๆกลายเป็นว่ารู้สึกเหนื่อยมากๆ เดือนทางวันนึงไปกลับ 2–3 ชม รู้สึกเสียเวลามากๆ แล้วมา BTS MRT ก็ไม่ใช่จะได้ขึ้นเลยนะ เคยรอขึ้นรถไฟฟ้าตรง MRT สถานีพระราม 9 ช่วงเช้า ยืนอยู่คนแรกของแถว แต่ไม่ได้ขึ้น ต้องรอไปเกือบ 7 ขบวน…… หลังจากนั้นก็ไม่ไปเช้าอีกเลย
ปรับตัวเข้ากับที่ทำงานไม่ได้ อันนี้เราโทษตัวเอง เพราะเราเป็นคนพูดไม่ค่อยเก่งเท่าไหร่ กลายเป็นว่าก็มาทำงาน ใส่หูฟังฟังเพลง ไม่ค่อยได้คุยได้เล่นกับใคร จนสุดท้ายก็หนีออกมา จริงๆพี่ๆเขาค่อนข้างเฟรนลี่กันเลยทีเดียว
สังคมทำงานแบบผู้ใหญ่ ทุกคนมาทำงาน เลิกงานกลับบ้านไปหาครอบครัว แทบไม่ค่อยได้ปาตี้อะไรกันเลย เราก็ยังรุ่นๆอยู่แหละ มันก็จะอารมณ์นึง แต่ถ้าเราโตขึ้นไปอีกก็อาจจะชอบแบบนี้ก็ได้
หลังจากนั้นก็เลยเลือกมาหางานใหม่ ซึ่งก็จะเลือกออฟฟิตอยู่ใกล้ๆที่พักหน่อย เดินทางแบบไม่ต้องเปลี่ยนขบวนรถไฟฟ้า สัมภาษณ์ไปหลายที่แต่เนื่องจากฝีมือก็จะกากๆหน่อย ก็เลยไม่มีใครรับ จนมาได้งานที่ Nextzy Technologies เข้ามาทำ MEAN-Stack เต็มตัว ก็ได้มาเจออะไรแปลกๆอีกเยอะที่ไม่ใช่เรื่องงาน

ออฟฟิตแปลกๆ ที่มีแต่คนแปลกๆมารวมตัวกัน แถมพอเป็นรุ่นที่อายุใกล้ๆกันมาก ก็ทำให้กลายเป็นว่าอยู่ที่นี่แล้วปรับตัวได้ง่ายกว่าเดิมมากๆ
สนุกสนานเฮฮา(กันเกินไปแล้ว) ที่นี่เล่นเกมกันจริงจังมากและเล่นกันทุกคนจริงๆ

สเกลงานที่ใหญ่มากขึ้น
มาเรื่องงานบ้าง ก่อนหน้านี้งานที่เคยทำก็จะเป็นพวก Customize Software ที่ใช้กันในองค์กรเล็กๆ ใช้กันไม่กี่คน พอมาอยู่ที่นี่ก็ยังมีแบบนั้นเหมือนเดิมแหละ มีแต่ตั้งใช้กันไม่มีคน ไปจนถึงไม่มีคนใช้…. แต่ก็มีงานอื่นๆที่เป็นงาน Public ให้บุคคลทั่วไปเข้าถึงด้วย ซึ่งก็ได้เข้าไปทำทั้ง Front-end / Back-end

เข้ามาที่นี่มาเขียน Node.js เต็มตัว ใช้ Hapi พร้อมทั้งได้ไปเล่นแทบทุกอย่างทั้ง Angular / Vue / AWS
ได้ดูเรื่อง Deploy & Scale มากขึ้น ถึงก่อนหน้านั้นจะเคยลองเล่นมาบ้างแล้ว แต่ก็ได้จับอะไรหลายๆอย่างขึ้น ลองเล่น AWS กันสนุกสนานมาก จนวงเงินบัตร CEO ไม่พอจ่าย
การทำงานแบบมี Spec มีเอกสารโน้นนี่นั้น ที่แต่ก่อนเราไม่พบเจออะไรแบบนี้มาก่อนเลย ( แต่ก็ไม่ค่อยได้ทำตาม Spec เท่าไหร่หรอกนะ 55 )
ได้ทำแทบทุกอย่าง ตั้งแต่ไปคุยงานกลับมา dev เสร็จแล้วก็ deploy แล้วก็ support เหลือแค่เขียนเอกสารเท่านั้นแหละที่ไม่ทำ 55

ก็ใช่ว่าจะเป็นข้อดีอย่างเดียว หลายๆอย่างมันก็มีข้อเสียในตัวมันเองแหละ

Scale ใหญ่ขึ้น ไม่ได้หมายความว่าทีมใหญ่ขึ้น บางงานคนก็เท่าเดิมนี่แหละ มีกัน 1–2 คน dev ไป support กันไป
งานบางอย่างมีความเสี่ยงสูงมาก ทั้งเป็นเรื่องเงินๆทองๆ และเรื่องความลับของข้อมูลลูกค้า มันเหมือนเอาชีวิตตัวเองเข้าไปเสี่ยงนั่นแหละ ล่าสุดงาน Production ขึ้นมา 45 นาที เงินออกจากระบบลูกค้าไป 100k……. แล้ว dev & support อยู่คนเดียว เสียวไส้มาก 5555
บางทีงานก็บางอันเร่งไปหน่อย
Programmer สาย Support นี่มันเหนื่อยมาก Line เด้งทีก็จะหลอนๆหน่อย ถ้าไม่แบบมีงานงอก ก็ต้องทำอะไรผิดสักอย่าง 55
หลายๆอย่างก็อยู่ที่เรา manage ด้วยแต่หลายๆอย่างก็ต้องทำๆแก้ๆกันไป

Follow by Email
Facebook
GOOGLE
TWITTER
YOUTUBE