15 เทคนิคกับอีก 10 อาหารที่เพิ่มไอคิวได้ภายใน 30 วัน

20

 

เริ่มจาก 15 เทคนิค ซึ่งเน้นเรื่องของพฤติกรรม หรือการปฏิบัติ ดังนี้

1. เป็นคนแอคทีฟ หากคุณไม่ค่อยชอบออกกำลังกาย ก็ควรเริ่มแล้ว ฝึกออกกำลังกายให้เป็นประจำ เพราะการออกกำลังกายจะทำให้สภาพร่างกายโดยรวม ตลอดจนสภาพจิตใจ อารมณ์ ดีขึ้น การมีร่างกายที่ดี ก็นำไปสู่การพัฒนาที่ดีของสมองเช่นกัน

2. หมั่นเขียน เรามักจะเห็นว่า พวกนักเขียน มีวิธีการคิดที่เป็นระบบด้วย เพราะการเขียนช่วยให้เราได้แง่มุมใหม่ ๆ เมื่อเราย้อนกลับไปอ่านผลงานที่ผ่าน ๆ มาของตนเอง

3. ฝึกสมาธิ มีการวิจัยพบว่า การฝึกสมาธิ ทำให้เราฉลาดขึ้นได้ เพราะสมาธิช่วยเพิ่มประสิทธิภาพให้กับการทำงานของสมอง ช่วยให้สมองมีการประสานการทำงานกันทั้งซีกซ้ายและซีกขวา

4. ฝึกคิด สามารถฝึกได้ทั้งด้วยการอ่านหนังสือ ดูสารคดี เล่นเกมกระดาน โดยเลือกเกมที่ต้องใช้ความคิด สิ่งเหล่านี้จะช่วยทำให้เราฉลาดขึ้นได้

5. อ่านหนังสือทุกวัน เรื่องที่อ่าน ควรเลือกเรื่องที่ไม่ใช่พวกนิยาย อย่างน้อยประมาณ 30 นาทีต่อวัน การอ่านช่วยเพิ่มความรู้ให้กับเราได้มาก

6. หางานอดิเรกทำ งานอะไรก็ได้ที่เราชอบ ไม่ว่าจะเป็นกีฬาอย่างโบว์ลิ่ง ตกปลา หรืองานฝีมืออย่างนิตติ้ง สิ่งที่ทำแล้วรู้สึกสนุก จะทำให้เราสามารถเรียนรู้อะไรใหม่ ๆ ได้ง่ายขึ้น

7. เล่นเกมพวกฝึก I.Q Puzzles เกมพวกนี้ สามารถหาเล่นได้ทั้งในอินเทอร์เน็ต และตามร้านหนังสือ จะช่วยฝึกความคิดให้เป็นรูปเป็นร่างขึ้น

8. ฝึกความคิดสร้างสรรค์ โดยอาจจะคิดสร้างหรือทำอะไรขึ้นมาสักอย่าง เช่น ทำอีบุ๊ค ปลูกต้นไม้ ต่อรถโมเดล ทำให้ได้พัฒนาทักษะทางความคิด

9. เปิดโลกทัศน์รับรู้วัฒนธรรมใหม่ ๆ ค้นหาสิ่งใหม่ ๆ อาจจะเป็นการเรียนรู้ที่จะทำอาหาร ประเพณี หรือภาษา ของประเทศอื่น ที่ไม่เคยรู้มาก่อน

10. ฝึกการแข่งขัน การเล่นหมากรุก เป็นการฝึกการแข่งขันที่ดี หากหาเพื่อนเล่นไม่ได้ ก็สามารถเข้าไปเล่นบนอินเทอร์เน็ต กับผู้เล่นอื่น ๆ ได้ทั่วโลก และในเฟสบุ๊ค ก็มีเกมการแข่งขันให้เลือกเล่นหลายเกม

11. ชมรายการทีวีพวกรายการพิเศษ ที่ไม่ได้อยู่ในผังรายการปกติ รายการเหล่านี้ช่วยเสริมความรู้ มักจะเป็นเรื่องพิเศษ ที่ไม่ได้หาชมได้ตามปกติ

12. เข้าร่วมสังคม มีงานวิจัยที่แผยแพร่ในนิตยสารดิสคัฟเวอร์รี่ ระบุว่า การเข้าสังคม จะช่วยกระตุ้นให้สมองมีความตื่นตัวมากขึ้น

13. เล่นวีดีโอเกม พ่อแม่ทั่วโลก อาจจะรู้สึกเบาใจขึ้น เมื่อรู้ว่า วีดีโอเกม ช่วยพัฒนาทักษะทางด้านคณิตศาสตร์ได้

14. ฟังเพลง มีงานวิจัยบอกว่า การฟังเพลงมีความสัมพันธ์กับการพัฒนาความจำ การฟังเพลงช่วยเพิ่มทักษะทางด้านวิทยาศาสตร์ และคณิตศาสตร์ได้

15. นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ เราควรนอนหลับวันละ 7-8 ชั่วโมง ทุกคืน เพื่อให้สมองได้พักผ่อน และเตรียมพร้อมสำหรับวันต่อไป การพักผ่อนที่เพียงพอ ทำให้เราจำแม่นยิ่งขึ้น

เมื่อทราบเทคนิคที่จะทำให้เราฉลาดขึ้นแล้ว ลองมาดูกันต่อว่า อาหารอะไรบ้างที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพให้กับการทำงานของสมอง

1. น้ำมันปลา เราสามารถรับประทานได้ทั้งอาหารเสริม และเนื้อปลา อย่างเช่นแซลมอน หรืออาจจะรับประทานทั้งสองอย่างก็ได้ น้ำมันปลาเป็นอาหารที่มีคุณประโยชน์ ช่วยให้เราฉลาดขึ้นได้ มัการวิจัยพบว่า กรดไขมันโอเมก้า 3 ในน้ำมันปลา มีความจำเป็นต่อการทำงานของสมอง

2. วิตามินบี ช่วยพัฒนาทั้งความจำและอารมณ์ ผลการศึกษาพบว่า ผู้ที่ร่างกายขาดวิตามินบี จะอารมณ์ไม่ค่อยแจ่มใส และวิตามินจะมีในอาหารจำพวกไก่งวง ถั่ว และกล้วย

3. รับประทานอาหารเช้า เนื่องจากอาหารมื้อเช้า เป็นมื้อที่สำคัญที่สุดของวัน อาหารเช้าช่วยบำรุงสมอง การรับประทานอาหารเช้าที่มีคุณภาพ ช่วยเพิ่มความจำ ช่วยให้เกิดความคิดสร้างสรรค์ มีสมาธิ และทำให้การทำงานทั้งระบบมีประสิทธิภาพ

4. มัทฉะ คือชาเขียวที่ถูกบดเป็นผง ด้วยครกหิน ซึ่งจะทำให้เกิดความร้อนน้อย ซึ่งจะเป็นกระบวนการที่ต่างจากชาเขียวทั่ว ๆ ไป มัทฉะนี้ ถือเป็นอาหารที่ช่วยเพิ่มการรับรู้ได้เป็นอย่างดี

5. อาหารที่ช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระ มีผลในเรื่องการพัฒนาระบบความจำ และการแก้ปัญหาด้วย เช่นอาหารที่มีสีแดง ถั่วแดง บลูเบอร์นี่ แคนเบอร์รี่ และอาร์ติโช็ค

6. แปะก๊วย นักวิทยาศาสตร์พบว่า แปะก๊วย ช่วยให้เลือดไหลเวียนไปเลี้ยงสมองได้ดี ช่วยเพิ่มความจำระยะสั้น ทำให้มีสมาธิ และลดอาการโรคจิต

7. อโวคาโด เป็นผลไม้ที่อุดมไปด้วยไขมันดี ช่วยให้ระบบไหลเวียนโลหิตดี ช่วยในพัฒนาความคิด ในบางกรณีช่วยลดความดันโลหิตด้วย

8. เนื้อปลา และเนื้อสัตว์ไม่ติดมัน จะช่วยให้พัฒนาความจำได้

9. วิตามินอี มีความจำเป็นต่อสมองและสุขภาพ เพราะสามารถต้านอนุมูลอิสระได้ จากการวิจัยพบว่า วิตามินอี ช่วยชลอการการโรคความจำเสื่อม วิตามินอี มีอยู่ในผักใบเขียว กีวี่ ถั่ว

10. โสม ช่วยพัฒนาอารมณ์ ความจำและช่วยการทำงานของสมอง และยังช่วยปกป้องสมองจากมลพิษ สารพิษอีกด้วย

Source : operationmeditation.com

Photo : istockphoto.com

30 วิธีเพิ่มความฉลาดให้ตัวเอง

19

 

1. อ่านให้มาก : ความฉลาดเริ่มจากการอ่าน ยิ่งเราอ่านมากแค่เท่าไหร่ เราก็ยิ่งซึงซับความรู้และนั่นก็ยิ่งทำให้เราฉลาดมากขึ้น

2. กำหนดเป้าหมาย : การมีเป้าหมายช่วยให้เราวางแผนชีวิตได้ ยิ่งเราวางแผนได้ดี ได้เหมาะสมมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งเพิ่มความฉลาด เพิ่มไหวพริบให้กับตนเอง

3. ทำสมาธิ : การทำสมาธิ ช่วยให้สมองได้สงบ ความสงบนั้นเป็นสิ่งสำคัญ ในการสร้างสติปัญญา

4. จดบันทึก : ร่างกายของเรา จะจดจำในสิ่งที่เราทำได้ ดังนั้นการจดบันทึก ว่าเราได้ทำอะไรไปบ้าง จะช่วยเพิ่มความจำให้กับเราได้

5. เล่นเกม Sudoku : เกมนี้เรียกได้ว่าเป็นเกมท้าทายสมอง ช่วยให้ระบบการคิดมีตรรกะ ทางสมาคมอัลไซเมอร์ของสหรัฐอเมริกาบอกว่า เกมนี้อาจช่วยลดโอกาสในการเป็นอัลไซเมอร์ได้

6. อย่าปล่อยให้ร่างกายขาดน้ำ : เนื่องจากสมองของเรามีน้ำเป็นส่วนประกอบอยู่มาก เซลสมองต้องการความสมดุล ระหว่างน้ำ กับองค์ประกอบอื่น ๆ เพื่อให้การทำงานมีประสิทธิภาพ ดังนั้น เราควรดื่มน้ำในปริมาณที่เพียงพอในแต่ละวัน ไม่ปล่อยให้ร่างกายขาดน้ำ

7. พยายามไม่นอนดูทีวี : การดูทีวีทั้งวัน เป็นสิ่งที่ไม่เป็นผลดีกับความฉลาดของเราเลย แม้ว่ามันจะช่วยผ่อนคลาย แต่ไม่ได้ช่วยกระตุ้นสมองให้เกิดการคิด หากจะดูทีวี ควรเลือกรายการประเภทสารคดี และข่าวสาร มากกว่าพวกละคร หรือเรียลลิตี้โชว์

8. ออกกำลังกาย : การออกกำลังกาย ทำให้ร่างกายมีพละกำลัง เป็นวิธีที่ดีสำหรับการเพิ่มประสิทธิภาพและความฉลาดของตนเอง

9. อย่าคิดซับซ้อน : ความฉลาดคือความสามารถในการรวบรวมความรู้ และทักษะมาใช้ ดังนั้นถ้าหากเราคิดอะไรให้เป็นระบบ คิดและทำทีละอย่างทีละเรื่อง เราจะพบว่า เราสามารถทำงานได้ดีขึ้น

10. รับประทานอาหารเช้าที่มีคุณภาพ : เราไม่สามารถขับรถได้ถ้าไม่มีน้ำมัน ร่างกายก็เช่นกัน เราตื่นขึ้นมาด้วยท้องที่ว่างเปล่า ดังนั้น อาหารเช้าจึงสำคัญมาก ควรเลือกรับประทานสิ่งที่มีประโยชน์ เพราะมันส่งผลโดยตรงต่อการทำงานของร่างกาย

11. รับประทานโยเกิร์ต หรือแบคทีเรียอื่นที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย : แบคทีเรีย มีความเกี่ยวข้องกับการทำงานของสมอง การรับประทานโยเกิร์ต ก็มีผลต่อการเติบโตของระบบประสาท

12. พักผ่อนให้เพียงพอ : ลองนึกภาพว่าสมองของเรา ก็เหมือนกับสมาร์ทโฟน ไม่ว่ามันจะมีประสิทธิภาพมากแค่ไหน ดีแค่ไหน หากไม่ได้รับการชาร์จ มันก็ทำงานไม่ได้ ดังนั้นการนอนหลับพักผ่อนจึงมีส่วนสำคัญต่อความเฉลียวฉลาดของเรา

13. ฝึกทำแบบฝึกหัดคณิตศาสตร์ : หลาย ๆ คนไม่ชอบคณิตศาสตร์ เพราะมันทำให้ต้องใช้สมองเยอะ การทำแบบฝึกหัดคณิตศาสตร์ เป็นการออกกำลังสมอง ยิ่งออกกำลังมาก ก็ยิ่งแข็งแรงมาก

14. หาความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งต่าง ๆ : คิดหาเหตุผล คิดหาคำตอบในเรื่องต่าง ๆ อยู่เสมอ ไม่ต้องมารอเวลา หรือรอการเฉลย

15. หายใจ : ออกซิเจน เป็นสิ่งสำคัญสำหรับสมอง หากเราฝึกหายใจให้ถูกวิธี จะช่วยให้สมองได้รับออกซิเจนในปริมาณที่เพียงพอกับความต้องการ

16. ฝึกทำครอสเวิร์ด : ครอสเวิร์ด เป็นการออกกำลังสมองที่ยอดเยี่ยม และให้ผลดีมาก

17. พักสมองบ้าง : สมองก็เหมือนกับกล้ามเนื้อ หากใช้งานหนักมากเกินไป ก็อาจมีปัญหาได้ ต้องมีการพักผ่อนสมองบ้าง เพื่อความสดชื่น

18. ปรับแต่งวิธีคิด : อย่าเพียงแค่คิด แต่ให้คิดถึงว่า เราคิดอย่างไร ในเวลาที่เราคิดด้วย อาจจะฟังดูยาก แต่มันได้ผล เช่นหากเราคิดและวางแผนในวิธีคิดได้ เราจะคิดออกมาอย่างได้ผล

19. รับประทานอาหารสมอง : มีอาหารมากมายที่เป็นผลดีต่อสมอง โดยเฉพาะพวกผักใบเขียว น้ำมันปลา ถั่ว ลองปรับให้อาหารเหล่านี้ มาอยู่ในเมนูอาหารทุก ๆ วันของเรา

20. เขียนไดอะแกรม หรือชาร์ท : เพื่อเป็นการจัดระเบียบความคิด การใช้ไดอะแกรม หรือชาร์ท จะช่วยได้

21. ทดสอบตัวเอง : เราจะฉลาดขึ้น เมื่อเราลองท้าทายตัวเอง อย่าทำให้สมองมีขีดจำกัด หากอะไรที่ง่ายเกินไป ก็ให้หาอะไรที่ยากกว่า มาทดสอบและท้าทายตัวเอง

22. ให้สมองได้ทำงานอยู่เสมอ : สมองของเราจะไม่หยุดทำงาน เว้นเสียแต่เราเราหลับ หรือเราพักด้วยวิธีต่าง ๆ เช่นการทำสมาธิ แต่หากไม่ใช่การหลับ หรือการพักนั้น เราต้องฝึกและใช้สมองของเราอยู่เสมอ

23. เล่นรูบิค : รูบิค เป็นอีกวิธีหนึ่ง ที่ช่วยออกกำลังสมองและเพิ่มความเฉลียวฉลาดให้กับเราได้

24. อย่ารับประทานน้ำตาลให้มากเกินไป : น้ำตาลในปริมาณที่มากเกินไปนั้น ไม่ดีต่อสมอง มันอาจจะช่วยกระตุ้นสมองได้ในระยะสั้น ๆ แต่ไม่เป็นผลดีในระยะยาว

25. หัดเล่นดนตรี : การเล่นดนตรี เป็นอีกวิธีหนึ่ง ที่ช่วยเพิ่มความฉลาด ซึ่งเป็นอีกหนึ่งแนวทาง นอกจากการฟัง การอ่าน และการเล่น

26. จดจำคำศัพท์ : ยิ่งเรารู้คำศัพท์มากเท่าไหร่ ก็จะยิ่งมีข้อมูลมาก และสามารถนำมันออกมาใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

27. รับประทานอาหารให้ครบทุกมื้อในแต่ละวัน : สมองก็ต้องการพลังงาน ดังนั้น ไม่ควรปล่อยให้หิว หรืออดอาหาร

28. มีสมาธิ : ความฉลาด มีความเกี่ยวพันธ์กับสมาธิ ยิ่งเรามีสมาธิมาก ความฉลาดก็มาก ซึ่งเราสามารถฝึกสมาธิของเราได้ โดยไม่ปล่อยให้ตนเองสมาธิหลุด หรือหันไปสนใจในสิ่งอื่น ๆ รอบตัว ในขณะที่ทำงาน

29. ฟังเพลงคลาสสิก : โมสาท บอกว่า การฟังเพลงคลาสสิกสามารถเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานให้เราได้

30. อย่ายอมแพ้ : เราทุกคน สามารถจะฉลาดขึ้นได้ หากมีการพัฒนา และไม่ยอมแพ้อะไรง่าย ๆ เมื่อเจอปัญหาก็ให้พยายามต่อไป

source : codeofliving.com

3 หลักการตามรอยพ่อ ทำสวนเกษตรแบบพอเพียง

18

 

ตามหลักแล้วการทำสวนครัวหรือการทำเกษตรแบบพอเพียงนั้นมุ่งเน้นเรื่องให้เรามีผักที่ปลอดภัยทานทุกวัน โดยไม่สิ้นเปลืองค่าใช้จ่าย และช่วยลดรายจ่ายในครัวเรือน ดังนั้นแนวทางปฏิบัติตามหลักเศรษฐกิจพอเพียงซึ่งเป็นแนวทางที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 ทรงปลูกฝังไว้ให้กับคนไทย Sanook! Home จึงนำ 3 หลักการทำสวนเกษตรแบบพอเพียงมาเป็นแนวทางสำหรับใครก็ตามที่อยากตามรอยเท้าพ่อ

1.สมาชิกแต่ละคนในครอบครัวต้องเป็นผู้ปลูกและดูแลผักเหล่านั้นด้วยตัวเอง ซึ่งทำให้มีชนิดและปริมาณผักตรงตามความชอบและความต้องการของคนในครอบครัว สำหรับส่วนที่เหลืออาจนำไปขายเพื่อสร้างรายได้

2.รูปแบบสวนครัวพอเพียงที่เหมาะสมคือ สวนที่มีเนื้อที่พอเหมาะ เพราะสามารถปลูกพืชผักได้พร้อมกันในคราวเดียว มีทั้งผักยืนต้น ไปจนถึงพืชล้มลุกอายุยืน หรือผักล้มลุกอายุสั้นผสมลงในแปลงปลูก ซึ่งทำให้เกิดการหมุนเวียนได้ตลอดปี

3.ถ้าไม่มีที่ดินปลูกผัก อาจปลูกผักในภาชนะที่ไม่ได้ใช้งาน เช่นปีบ ตะกร้า กระป๋อง ถังแตก ลังไม้ หรือแม้จะไม่มีพื้นที่เลยการเพาะถั่งงอกไว้ทานเอง โดยเพาะในตะกร้าพลาสติกก็ทำได้เช่นกัน

เรียบเรียงข้อมูลจาก http://www.kasetorganic.com

ภาพจาก www.istockphoto.com

ประโยชน์ของถ่าน ก้อนๆ สีดำ แต่แสนล้ำค่า

17

 

นอกจากถ่านก้อนสีดำๆ ที่เราเห็นจะเป็นเชื้อเพลิงสำหรับการหุงต้ม ให้ความร้อนแล้ว เจ้าก้อนสีดำๆ นี้ยังมีประโยชน์อีกหลายประการ มาดูกันว่าถ่านไม้ที่เราเห็น จับแล้วดำสกปรกติดมือ แท้จริงแล้วสามารถนำไปใช้ทำอะไรได้อีกบ้าง

1.ลดความชื้นในห้อง ห้องพักที่เราอยู่บางครั้งเราอาจไม่ค่อยได้เปิดประตู หน้าต่างให้ลม แสงแดดผ่านเข้ามา ดังนั้นจึงเกิดความชื้น หรือบางครั้งมีกลิ่นอับ การนำก้อนถ่านไปวางไว้ใต้เตียงนอน จะช่วยฟอกอากาศ ดูดกลิ่น และลดความชื้นได้เป็นอย่างดีโดยไม่จำเป็นต้องใช้สเปรย์ดับกลิ่น

2.ดูดและหักเหคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า เครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้านไม่ว่าจะเป็นทีวี คอมพิวเตอร์ ไมโครเวฟ ฯลฯ ล้วนมีคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าที่แผ่กระจายออกมา ดังนั้นการนำถ่านไปวางไว้ในจุดที่ตั้งเครื่องใช้ไฟฟ้าเหล่านี้จะดูดและหักเหคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าได้

3.ปรับสภาพดิน ดินที่เรานำมาปลูกต้นไม้ ส่วนใหญ่ไม่ค่อยมีความสมดุลอาจมีความเป็นกรดสูง การใช้ถ่านผสมดินจะช่วยทำให้สภาพดินมีความสมดุล ทั้งยังช่วยเพิ่มแร่ธาตุให้กับดินอีกด้วย

4.เพิ่มออกซิเจนในน้ำ ใครที่เลี้ยงปลา หรือสัตว์น้ำคงเข้าใจดีว่า ออกซิเจนในน้ำนั้นมีความจำเป็น การใส่ถ่านลงไปในตู้ อ่าง หรือบ่อเลี้ยงปลาถือเป็นการเพิ่มแร่ธาตุจำเป็นให้กับน้ำ และยังทำให้น้ำใสสะอาดด้วย

5.ดูดกลิ่น อาหารสดในตู้เย็นถ้าเป็นประเภทหมู เป็ด ไก่ ฯลฯ อาจทำให้ตู้เย็นมีกลิ่นคาว เพียงใส่ถ่านไม้ก้อนเล็กๆ ไว้ภายในตู้เย็น ก็จะช่วยดูดกลิ่นเหล่านั้นได้ แถมยังทำให้ผักสดต่างๆ ที่อยู่ในตู้เย็นสดนานยิ่งขึ้นด้วย

6.ดูดความชื้นในถังข้าวสาร

ภาพจาก www.istockphoto.com

แม่ช็อก พระวัดดังแชทล่อลวงลูกสาวม.1 ล่วงละเมิดทางเพศ

16

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า (18 พ.ย.) เมื่อเวลา 22.30 น. ที่ สภ.บางศรีเมือง อ.เมือง จ.นนทบุรี นางน้อย นามสมมุติ อายุ 47 ปี อาชีพ นางพยาบาล ได้นำตัว ด.ญ.เอ นามสมมุติ บุตรสาว อายุ 12 ปี นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนดังย่านเมืองนนทบุรี ซึ่งเป็นเด็กมีความบกพร่องทางการเรียนรู้ หรือ โรค LD เดินทางเข้าพบ ร.ต.อ.สุพัฒน์ สระปะโคน ร้อยเวร สภ.บางศรีเมือง เพื่อทำเอกสารส่งตัว ด.ญ.เอ ตรวจร่างกาย

หลังนางน้อยได้เดินทางเข้าแจ้งความว่าลูกสาวถูก นายสุรีย์ หรือ บอล ไม่ทราบนามสกุล อายุประมาณ 35 ปี สัญชาติกัมพูชา พระลูกวัดแห่งหนึ่ง ต.บางกร่าง อ.เมือง จ.นนทบุรี ได้ทำการพรากผู้เยาว์และกระทำชำเราเด็กอายุไม่เกิน 13 ปี เหตุเกิดเมื่อวันที่ 16 พ.ย.59 เวลาประมาณ 11.00 น.

จากการสอบถาม ด.ญ.เอ นามสมมุติ ทราบว่ารู้จักกับพระบอลตั้งแต่ปลายเดือนสิงหาคม 59 เนื่องจากวัดอยู่ใกล้กับบ้านพักและ ด.ญ.เอ ได้ตามคุณตาไปทำบุญที่วัดดังกล่าว หลังจากนั้นพระได้เขียน จม.มาหาและนัดพบกันที่ภายในวัด จากนั้นพระบอลได้ซื้อโทรศัพท์มือถือและสิ่งของอื่นๆ ให้ จึงได้มีการติดต่อพูดคุยกันทางโปรแกรมแชท

โดยพระบอลส่งข้อความมีการนัดให้มาหาที่วัดบ่อยครั้ง แต่ละครั้งให้เข้าไปในที่ลับตาเช่นข้างหลังวัด ห้องน้ำวัด มีการจับมือ หอมแก้ม จับอวัยวะเพศจนถึงขั้นมีความสัมพันธ์กัน ตลอดเวลาที่รู้จักกันมีความสัมพันธ์ทางเพศหลายครั้ง จนกระทั่งแม่และน้าสาวทราบเรื่องจึงได้มาแชทคุยกับพระบอลเอง จนพระบอลสงสัยและต่อว่าด.ญ.เอว่านิสัยเปลี่ยนไป เพราะคิดว่าเป็นด.ญ.เอเป็นคนแชทคุย

นางน้อย มารดา เปิดเผยทั้งน้ำตาว่า มาแจ้งความคดีกระทำชำเราเด็ก คู่กรณีเป็นพระภิกษุเพราะวัดกับบ้านอยู่ไม่ไกลกัน ลูกสาวตามคุณตาไปสวดมนต์และทำบุญที่วัด จะไปบ่อยครั้งหลังจากที่คุณยายเสียตั้งแต่เดือนมิถุนายน ตาไม่รู้ว่าหลานไปเจอกับพระและมีการพูดคุยกันตั้งแต่เมื่อไหร่ มารู้อีกทีเพราะโทรศัพท์มีข้อความแชทและการโทรที่เกินกำหนดที่ตั้งไว้ จึงสงสัยและได้ถามลูกบอกว่าคนที่คุยด้วยเป็นเพื่อน

จนในที่สุดเดือนตุลาคม วันที่ 23 พบข้อความที่หยาบคายในแชทและมีหน้าคนที่เหมือนใส่วิก จึงได้ไปให้อาจารย์ที่โรงเรียนช่วยดูเพราะครูแจ้งว่าเด็กเริ่มมีแฟนแล้ว จากนั้นได้ช่วยกันสืบและติดตามข้อมูล จนพบเด็กที่อาศัยอยู่ที่วัดบอกว่าคนในรูปเป็นพระที่วัด ชื่อบอล จากนั้นได้เอารูปพระจากงานศพยายให้ลูกดู ลูกก็ยอมรับว่าเป็นภาพนายบอลจริง

ตนจึงได้ตักเตือนลูกสาวแต่ลูกสาวมีอาการต่อต้านไม่ฟัง ตนเครียดมาก ไม่ได้ปล่อยลูกดูแลตลอดไม่คิดว่าระยะเวลาสั้นๆกับความไว้ใจจะเกิดสิ่งไม่ดีต่อลูก ไม่คิดว่าการกระทำขอพระในวัดจะทำสิ่งชั่วร้ายออกมา ตนไม่รู้จะพึ่งใครแล้วจริงๆ

เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เก็บรวบรวมหลักฐานพร้อมทั้งสอบปากคำนางน้อย พร้อมทั้งส่งตัวผู้เสียหายไปตรวจร่างกาย โดยหลังจากนี้จะทำการสอบสวนผู้เสียหายพร้อมสหวิชาชีพต่อหน้าอัยการอีกครั้งเนื่องจากเป็นเยาวชน หลังจากนี้จะทำการออกหมายเรียกผู้ถูกกล่าวหามาสอบปากคำอย่างละเอียดเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

รวบแล้ว เจ้าของโรงแรมสระว่ายน้ำโผล่กลางทะเล

15

รวบเจ้าของโรงแรมสร้างสระว่ายน้ำโผล่กลางทะเล ที่ จ.ชลบุรี พบไม่มีใบอนุญาตประกอบธุรกิจ

จากกรณีประชาชนร้องเรียนว่า มีผู้ประกอบการภาคเอกชนทำการก่อสร้างสระว่ายน้ำขนาดใหญ่ อยู่บนแนวโขดหินหลังโรงแรมขนาดใหญ่ หน้าชายหาดยินยอม เขาพระตำหนัก ม.12 ต.หนองปรือ อ.บางละมุง เมืองพัทยา จ.ชลบุรี ซึ่งน่าจะเป็นการกระทำที่เข้าข่ายความผิดทางกฎหมาย เนื่องจากพื้นที่ของสระดังกล่าวอยู่ในทะเล

เบื้องต้น เจ้าหน้าที่สำนักงานเจ้าท่าภูมิภาค สาขาเมืองพัทยา ตรวจสอบพบว่ามีความผิดตาม พ.ร.บ.การเดินเรือในน่านน้ำไทย พ.ศ. 2456 และรวบรวมหลักฐานร้องทุกข์กล่าวโทษไปยัง สภ.เมืองพัทยา

ล่าสุด เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองอำเภอบางละมุง นำโดย นายนริศ นิรามัยวงศ์ นายอำเภอบางละมุง ร่วมกับ ตำรวจ สภ.เมืองพัทยา และทหาร ได้เดินทางไปตรวจสอบที่โรงแรมดังกล่าว พบว่าสระว่ายน้ำของโรงแรมดังกล่าวรุกล้ำเข้าไปในทะเลจริง นอกจากนี้ โรงแรมยังเปิดบริการโดยไม่ได้รับอนุญาต มี นายวรรธนันท์ อายุ 64 ปี แสดงตัวเป็นเจ้าของ เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวมาสอบสวน

พ่อนักเรียนนายสิบ เหยื่อครูฝึกโหด ลั่นรับไม่ได้ ลูกถูกย่ำยีศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์

14

พ่อนักเรียนนายสิบ เหยื่อครูฝึกโหด ลั่นรับไม่ได้ ชี้เป็นการกระทำที่ลุเเก่อำนาจ การกระทำดังกล่าวไม่เพียงเเต่ทำร้ายร่างกาย เเต่ยังย่ำยีศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์อีกด้วย

จากกรณีที่โลกออนไลน์มีการแชร์คลิปครูฝึกทหารใช้ไม้ฟาดและถีบทหารรายหนึ่งหลายครั้ง ท่ามกลางเพื่อนๆ ทหารและครูฝึกท่านอื่นๆ จนเกิดเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างมากว่าเป็นการกระทำที่เกินกว่าเหตุ ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวเป็นการฝึกหลักสูตรจู่โจมของศูนย์กลางทหารม้า จ.สระบุรี ดังที่ได้เสนอข่าวไปก่อนหน้านั้น [ทบ.เตรียมลงโทษสถานหนัก เหตุคลิปฉาวครูฝึกลงโทษทหารโหด]

ต่อมาทราบว่าทหารในคลิปเป็นนักเรียนนายสิบบุตรชายของ ร้อยตรีสุรเชษฐ์ วัฒนสนธิ อายุ 58 ปี บ้านเลขที่ 31/6 หมู่ 6 ต.ไม้เค็ด อ.เมือง จ.ปราจีนบุรี ข้าราชการบำนาญ อดีตกำลังพลกองพันทหารม้าที่ 4 รักษาพระองค์ ผู้สื่อข่าวจึงเดินทางไปพบร้อยตรีสุรเชษฐ์

โดยร้อยตรีสุรเชษฐ์ บิดาของสิบตรีปรัชญา วัฒนสนธิ นักเรียนนายสิบทหารบกรุ่นที่ 19 กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า ตนเป็นทหารอาชีพ การกระทำโทษด้วยการใช้ไม้ตี ใช้เท้าถีบ เป็นการกระทำที่ไม่สมควร เพราะมนุษย์มีศักดิ์ศรี ขนาดสุนัข แมว ยังมี พรบ.คุ้มครอง

“ผมเห็นคลิปเมื่อวานตอนบ่าย ลูกชายผมถูกกระทำโดยมีแถวทหารอยู่ด้านหลัง เพราะทั้งหมดเป็นนักเรียนจู่โจมศูนย์กลางทหารม้า ผมขอเรียกร้องให้ผู้กระทำผิดรับผิดชอบ ถ้าไม่มีคลิปออกมาลูกผมก็เจ็บฟรี ผมต้องการให้สังคมทราบว่า ผู้ถูกกระทำเป็นผู้ที่มีพ่อมีแม่ ผมจึงไม่สามารถนิ่งดูดายได้

“ในการฝึกต้องมีความอดทน ผมเข้าใจ ถ้าลูกผมไม่มีวินัย ก็ขอให้เป็นไปตามกฎระเบียบ เเต่ไม่ควรกระทำในลักษณะนี้ ผมไม่ต้องการที่จะดำเนินการตามกฎหมาย แต่ต้องการประกาศให้รู้ว่าผู้ถูกกระทำไม่ได้รับความเป็นธรรม เป็นการกระทำที่ลุอำนาจของ 2 ครูฝึก นายทหารปกครอง ครูปกครอง อยู่ในเหตุการณ์หลายคน ไม่มีใครห้ามปรามเลย เกิดขึ้นได้อย่างไร

“ผมต้องขอขอบคุณคนถ่ายคลิป ผู้เผยแพร่คลิป เพื่อประกาศให้สังคมรู้ว่า การทำโทษลักษณะนี้ควรหมดไปได้แล้ว การกระทำดังกล่าวผมถือว่าเป็นการลุแก่อำนาจ เชือดไก่ให้ลิงดู ด้านหลังเป็นแถวทหาร เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตั้งแต่เช้าวันจันทร์ที่ 14 พ.ย. ภรรยาผมดูคลิปแล้วร้องไห้”

“ลูกผมพ้นสภาพไปตั้งแต่บ่ายวันจันทร์ไม่เคยโทรฟ้องพ่อ ไม่เคยบอกให้พ่อรับรู้ว่าถูกโดนกระทำอย่างโหดร้าย ผมรับไม่ได้ ผมคิดว่าทุกคนที่มีลูกคงรับไม่ได้เช่นเดียวกับผม ผมเห็นความป่าเถื่อนของครูฝึกทั้ง 2 คน เป็นการกระทำที่รุนแรง ใช้รองเท้าถีบหัว เขี่ยหัว ลูกผมเป็นคนนะครับ ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ต้องมี” ร้อยตรีสุรเชษฐ์กล่าว

ลุงวัย 64 หายหน้านาน 2 ปี ที่แท้เป็นโครงกระดูกอยู่ในบ้าน

13

เมื่อเวลา18.00 น. สน.บางยี่ขัน รับแจ้งเหตุพบโครงกระดูกมนุษย์ ภายในบ้านหลังหนึ่ง ชุมชนวัดพระยาศิริไอยสวรรค์ ซอยอรุณอัมรินทร์ 36 แขวงบางยี่ขัน เขตบางพลัด กทม. ที่เกิดเหตุเป็นบ้านปูนชั้นเดี่ยวแบ่งเป็นห้องพัก 4 ห้อง

ภายในห้องที่ 3 พบโครงกระดูกมนุษย์ สภาพสวมเสื้อสีเหลือง กางขาสามส่วนสีเทา นอนหงายอยู่บนผ้าปูพื้นห้องและมีผ้าห่มคุมทับไว้ ภายในห้องพบมีสิ่งของกระจัดกระจาย ทราบชื่อผู้เสียชีวิตคือ นายขจร อายุ 64 ปี เจ้าของบ้านดังกล่าว เจ้าหน้าที่จึงนำศพส่งสถาบันนิติเวช ดำเนินการต่อไป

จากการสอบสวน นายวันวิวัฒน์ อายุ 36 ปี อาชีพรับจ้าง ให้การว่า ตนเองได้พักอาศัยอยู่ฝั่งตรงข้ามบ้านดังกล่าว ก่อนเกิดเหตุมีผู้มาติดต่อขอเช่าบ้านหลังดังกล่าว แต่ระหว่างจะทำความสะอาดได้เปิดไปห้องที่ 3 พบว่ามีโครงกระดูกมนุษย์จึงรีบติดต่อเจ้าหน้าที่มาตรวจสอบ

โดยผู้เสียชีวิตมีเป็นคนนิสัยเก็บตัวเงียบไม่ออกมายุ่งสุงสิงกับใคร กระทั่งเกือบ 2 ปี ก็ไม่มีใครพบผู้ตายเดินเข้าออกในซอย และบ้านหลังนี้ปิดเงียบมานานหลายปีแต่ไม่มีใครสนใจ สำหรับผู้เสียชีวิตประกอบอาชีพอดีตทนายอาสา และเป็นมัคคุเทศก์ย่านท่าช้างริมแม่น้ำเจ้าพระยา

เบื้องต้น จากการตรวจสอบที่เกิดเหตุไม่พบร่องรอยการต่อสู้แต่อย่างใด โดยจะนำโครงกระดูกมนุษย์ส่งไปชันสูตรศพที่แพทย์ภาควิชานิติเวช รพ.ศิริราช อย่างละเอียด เพื่อหาสาเหตุการเสียชีวิตต่อไป

ทั้งนี้ เป็นที่น่าแปลกว่าชาวบ้านเดินผ่านบ้านหลังดังกล่าวไม่เคยได้กลิ่นศพ แต่หลังจากเจ้าหน้าที่ตำรวจและกู้ภัยเข้าไปพลิกศพเพื่อชันสูตรเบื้องต้น กลับมีกลิ่นเหม็นมากจนเจ้าหน้าที่ถึงกับทนไม่ไหว

แห่ให้กำลังใจ บุรุษพยาบาลถูกหนุ่มเจ็บนิ้วเท้ายกพวกรุมตื้บ

12

ในโลกออนไลน์ได้มีการแชร์ข้อความจากเฟซบุ๊กแฟนเพจ สมาคมพยาบาลแห่งประเทศไทย ฯ  ซึ่งได้มีการโพสต์เรื่องราวของ นายปฏิพล อ่อนน้อม พยาบาลวิชาชีพ ซึ่งถูกผู้ป่วยทำร้ายร่างกาย เพราะไม่พอใจที่กำลังช่วยเหลือผู้ป่วยอีกคน ซึ่งใส่ท่อช่วยหายใจอยู่ และแม้จะถูกทำร้ายจนบาดเจ็บ แต่ก็ยังปฏิบัติหน้าที่จนจบเวร โดยมีข้อความดังนี้

สมาคมพยาบาลแห่งประเทศไทยฯ ขอเป็นกำลังใจให้ นายปฏิพล อ่อนน้อม พยาบาลวิชาชีพ ปฏิบัติงานที่โรงพยาบาลอรัญประเทศ จังหวัดสระแก้ว ที่ถูกทำร้ายร่างกายขณะปฏิบัติหน้าที่ และขอชื่นชมอย่างจริงใจที่ถึงแม้ว่าตนเองจะบาดเจ็บจากเหตุการณ์ดังกล่าว แต่ยังยืนปฏิบัติหน้าที่ต่อไปจนจบเวร

เหตุเกิดดังกล่าว เกิดขึ้นเวลา 4 นาฬิกา คืนวันลอยกระทง ผู้ทำร้ายคือผู้ป่วยที่มาขอทำแผลที่นิ้วเท้า พยาบาลแจ้งว่ากำลังช่วยแพทย์ช่วยผู้ป่วยอีกคนอยู่ และรูดม่านให้เห็นหมอ พยาบาล และเจ้าหน้าที่ กำลังใส่ท่อช่วยหายใจผู้ป่วย ผู้ป่วยและเพื่อนอีก 2 คนไม่พอใจ รุมชกต่อยเตะ

นายปฏิพล อ่อนน้อม พยาบาลวิชาชีพ มีรอยฟกช้ำที่ท้อง หัวโนบริเวณกกหูซ้าย แผลถลอกที่เข่า และรอยขีดข่วนที่นิ้วมือ หลังเกิดเหตุยังทำงานต่อจนลงเวรดึก คุณแม่ของน้องที่เป็นพยาบาลอยู่แห่งเดียวกัน แจ้งว่าน้องยังทำงานได้ แต่จิตใจยังหวาดกลัว

การถูกทำร้ายทางร่างกายจากผู้ป่วย ได้แก่ ถูกต่อย เตะ กัด ข่วน กระชากผม ฟก บวมช้ำ ช้ำเลือด บาดแผล เคล็ดขัดยอก ปวดเมื่อย หรืออันตรายร้ายแรงอื่น ๆ ส่วนใหญ่มักเกิดขึ้นกับผู้ให้ความช่วยเหลือผู้ป่วย และพบได้บ่อยในแผนกฉุกเฉิน

แม้ว่าทุกโรงพยาบาลจะมีหลักการและขั้นตอนในการเฝ้าระวังเหตุการณ์ทำร้ายเจ้าหน้าที่แล้วนั้น แต่กลับพบว่าปัจจุบันมีอุบัติการณ์ทำร้ายเจ้าหน้าที่เพิ่มมากขึ้นในทุกปี รพ.เองคงต้องหามาตรการป้องกันและให้ความปลอดภัยกับเจ้าหน้าทีให้รัดกุมมากขึ้น

แพทย์ พยาบาล และเจ้าหน้าที่ ต่างทุ่มเททำหน้าที่ดูแลรักษาท่านและญาติพี่น้องของท่านอย่างเต็มกำลังความสามารถ อยากวิงวอนให้ทุกท่านให้กำลังใจและช่วยกันสอดส่องดูแลซึ่งกันและกัน ไม่ได้เรียกร้องให้มาดูแลเจ้าหน้าที่ แต่ขอให้ท่านดูแลตนเอง ดูแลญาติของท่าน ให้มีสุขภาพที่ดี หลีกเลี่ยงเหตุการณ์ที่เสี่ยงต่อสุขภาพ #สุขภาพท่านเราห่วงใย #YourHealthWeCare #สมาคมพยาบาลแห่งประเทศไทยฯ

ลูกทรพีเผาบ้านหวังสังหารบิดา พ่อสุดทนถูกลูกไล่ฆ่ามากว่า 20 ปี

11

 

ตำรวจเรียกสอบสวนพยานในเหตุการณ์ พร้อมเตรียมรวบรวมหลักฐานออกหมายเรียก และยื่นขอหมายจับลูกทรพี จุดไฟเผาบ้านบุพการีจนวอดวาย 2 หลัง พร้อมทรัพย์ภายในบ้าน หวังสังหารผู้เป็นบิดาให้ตายไปในกองเพลิง ปมแค้นเคยถูกพ่อดุด่าตีสั่งสอนในวัยเยาว์ จนจดจำฝังใจ ก่อนพยายามทวงเอาคืน ด้านผู้เป็นพ่อแจ้งความให้ดำเนินคดีไปตามกฎหมาย สุดทนถูกลูกในไส้ราวีไล่ฆ่ามานาน

(20 พ.ย.) เวลา 10.20 น. ร.ต.อ.ซึ่งเฉลี่ย ไตรบุตร รองสารวัตรสอบสวน สภ.ท่าตะเกียบ จ.ฉะเชิงเทรา กล่าวถึงคดีบุตรชายวางเพลิงเผาบ้านของผู้เป็นพ่อบังเกิดเกล้า เมื่อช่วงเช้ามืดวานนี้ (19 พ.ย.59) ว่า ขณะนี้ได้เรียกสอบสวนพยานในเหตุการณ์ไปแล้วจำนวน 3 ปาก และได้ให้ทางเจ้าหน้าที่จากกองวิทยาการ พิสูจน์หลักฐาน ภ.จว.ฉะเชิงเทรา เดินทางเข้ามาตรวจสอบหาพยานหลักฐานเพิ่มเติม จากบริเวณบ้านที่เกิดเหตุเพลิงไหม้ทั้งสองหลังแล้ว

ขณะนี้ได้เตรียมรวบรวมพยานหลักฐานทั้งหมดที่ได้ นำไปขออำนาจจากศาล จ.ฉะเชิงเทรา เพื่อออกหมายจับกุมตัว นายสรศักดิ์ คำพระ อายุ 32 ปี ผู้ก่อเหตุต่อไป แต่ขั้นตอนแรกนั้นจะทำการออกหมายเรียกตัวมาสอบปากคำก่อน จึงจะดำเนินการขอหมายจับ

โดยขณะนี้ผู้ก่อเหตุยังคงวนเวียนอาศัยพักอยู่ตามบ้านเพื่อนในพื้นที่ แต่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจยังไม่สามารถเข้าทำการจับกุมตัวได้ เนื่องจากไม่ใช่เหตุที่เกิดขึ้นโดยซึ่งหน้า เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงต้องทำตามขั้นตอนของกฎหมาย เนื่องจากคดีมีอายุความนานถึง 15 ปี และโทษในข้อหาวางเพลิงนั้นมีโทษจำคุกนาน 7 ปี